ชัดนะ! อันเชลอตติ ยัน ฮาเมส ไม่ได้มาแทน มุลเลอร์ อย่างแน่นอน

คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมแห่ง บุนเดสลีกา เยอรมัน ระบุชัด ฮาเมส โรดริเกซ แข้งใหม่ ไม่ได้มาแทน โธมัส มุลเลอร์ แต่อย่างใด

คาร์โล อันเชลอตติ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนของ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่า ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ชาวโคลอมเบียนไม่ได้ย้ายมาที่นี่เพื่อแทน โธมัส มุลเลอร์ ตัวรุกคนเก่งแต่อย่างใด

บุนเดสลีกา เยอรมัน

ฮาเมส เพิ่งย้ายจาก เรอัล มาดริด มาร่วมก๊วน “เสือใต้” ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและถือเป็นการได้ร่วมงานกับ อันเชลอตติ อีกครั้งด้วย

ขณะที่ มุลเลอร์ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในฤดูกาล 2016-17 ที่ผ่านมา เมื่อทำได้แค่ 5 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 29 นัด ทั้งที่ฤดูกาลก่อนหน้าทำได้ถึง 20 ประตู จาก 31 นัด

ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้หลายๆ ฝ่ายมองว่า ฮาเมสถูกดึงมาร่วมทีมเพื่อแทนที่ มุลเลอร์ ทว่าล่าสุดอันเชลอตติ ออกมาปฎิเสธเรียบร้อย พร้อมแจงว่า สตาร์ทีมชาติโคลอมเบียวัย 26 ปี สามารถเล่นได้หลายบทบาทในแนวรุก

“แน่นอนว่า เราไม่ได้ดึงเขามาแทนที่ โธมัส มุลเลอร์” อันเชลอตติ กล่าว โดย บาเยิร์น มีคิวดวลกับอาร์เซน่อล ในศึก อินเตอร์เนชั่นเนล แชมเปี้ยนส์ คัพ ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน วันพุธที่ 19 ก.ค.นี้ “หากคุณคิดแบบนี้ คุณก็สามารถคิดได้เช่นกันว่าเขาจะมาแทนที่ ติอาโก้ (อัลกันตาร่า)เพราะเขาสามารถเล่นตรงกลางได้เขายังเล่นฝั่งซ้ายและขวาได้ด้วยเพราะฉะนั้นเขาก็สามารถไปแทน (อาร์เยน) ร็อบเบนหรือไม่ก็ (ฟร้องค์) ริเบรี่ ได้เช่นกัน”

“บางครั้งผมจะใส่เขาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางด้วยดังนั้นเขาก็สามารถแทนที่ (โกร็องแต็ง) โตลิสโซ่ และ(อาร์ตูโร่) วิดาล ได้ เราไม่ได้ซื้อเขามาแทนที่ใครเราดึงเขามาที่นี่เพื่อเสริมแกร่งให้กับทีม”

“เขาเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ ผมรู้ดีถึงศักยภาพของเขาและนิสัยของเขา ผมคิดว่าเขาสามารถช่วยทีมเราได้ ฮาเมส รู้ดีว่าหากเขาไม่สมควรได้เล่น เขาก็จะไม่ได้เล่นเรามีการแข่งขันกันภายในทีมที่สูงมากๆและนั่นก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทีมเราเขาได้ไม่รับการการันตีในการลงเล่นหากเขาสมควรได้ลงเล่น เขาก็จะได้ลงเล่น แต่ถ้าไม่เขาก็จะต้องไปนั่งสำรอง”

อันเชล็อตติ อดีตนักเตะเอซี มิลาน ได้เริ่มอาชีพผู้จัดการทีมกับเรจจิน่าสโมสรใกล้เมืองเกิดของเขาในอิตาลีตอนเหนือที่ซึ่งเขานำทีมขึ้นมาเล่นในซีรี่ส์ อาร์ อย่างรวดเร็วรวมถึงความก้าวหน้าในอาชีพอย่างรวดเร็วของเขาด้วยการย้ายไปคุมทีมอย่างปา ร์ม่า สโมสรแรกที่เขาได้ลงเล่นในสมัยเป็นนักฟุตบอล

ในช่วงกลางปี 1990 ปาร์ม่า เป็นทีมหนึ่งในอิตาลีที่ประสบความสำเร็จในยุคนั้นโดยพวกเขาคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ในปี 1995 ในฤดูกาลแรกของเขาในการเป็นโค้ชในถิ่น Stadio Ennio Tardini (ในปี 1996/97) อันเชล็อตติเข้าคุมทีมที่มีนักเตะอย่าง จิอันฟรังโก้ โซล่า, เอนริโก้
เซซ่า และ เฮอร์นัน เครสโป

หลังจากนั้นโซล่าก็ย้ายทีมข้ามมาเล่นในเกาะอังกฤษกับเชลซีและกลายเป็นช่วงหนึ่งในอาชีพค้าแข้งที่เขาลืมไม่ลงในขณะที่เล่นกับปาร์ม่าเขาจบฤดูกาลกับทีมสูงสุดที่อันดับ 2 ในตารางและตามหลังทีมแชมป์อย่างยูเวนตุสอยู่ 2 แต้มในฤดูกาลถัดมาปาร์ม่าทำได้เพียงอันดับที่ 6 ในตารางแต่อันเชล็อตติก็ถูกให้ออกจากทีมแต่อย่างไรก็ดีผลงานที่เขาทำไว้ก็ไปเข้าตายูเวนตุสหลังจากที่ มาร์เซลโล ลิปปี้ ย้ายไปคุมทีมอินเตอร์มิลาน ในปี 1999 ยูเว่ก็ต้องการอันเชล็อตติเข้าไปคุมทีม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกฟุตบอลที่โด่งที่สุด และสุดยอดทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค

บาเยิร์น มิวนิค เป็นสโมสรในประเทศเยอรมนี อยู่ที่เมืองมิวนิก รัฐบาวาเรีย อีกชื่อหนึ่งอาจเรียกว่า บาวาเรียมิวนิกหรือ ไบเอิร์นมึนเชิน เป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศเยอรมนี

บุนเดสลีกา เยอรมัน

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกฟุตบอลระดับโลกที่มีทีมระดับโลกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทำผลงานนโดยสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุด มาครองได้มากถึง 24 ครั้ง แชมป์สโมสรโลก 2 ครั้ง ยูโรเปี้ยนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 ครั้ง และยูฟ่าคัพ 1 ครั้ง

สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1900 โดยสิบเอ็ดผู้เล่นฟุตบอลที่นำโดยฟรันซ์ จอร์น แม้ว่าบาเยิร์นจะชนะในการชิงแชมป์แห่งชาติในปี ค.ศ. 1932 สโมสรก็ไม่ได้เลือกเล่นใน บุนเดสลีกา ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1963 สโมสรมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อกลางยุค 70 ภายใต้การนำของฟรันซ์เบคเคนเบาเออร์ โดยได้แชมป์สโมสรยุโรป 3 สมัยติดต่อกัน (ค.ศ. 1974-76) ในปีที่บาเยิร์นได้รับตำแหน่งสโมสรที่ประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลเยอรมันชนะถึงห้าในสิบครั้งของบุนเดสลีกาล่าสุดรางวัลระดับนานาชาติล่าสุดของสโมสรคืออินเตอร์คอนติเนนตัลคัพในปี ค.ศ. 2001 หลังจากที่พวกเขาได้แชมป์สโมสรยุโรปสมัยที่ 4 ในปีเดียวกัน

ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2005-06 บาเยิร์นใช้สนามอัลลิอันซ์อารีนาเป็นสนามเหย้าของตัวเอง
ก่อนหน้านี้สโมสรได้เล่นในสนามโอลึมเพียชตาดิโยนมาเป็นเวลา 33 ปี สีประจำสโมสรคือสีแดงและสีขาวและทีมได้แสดงให้เห็นถึงสีประจำรัฐบาวาเรีย บาเยิร์นเป็นสโมสรที่ใช้ระบบสมาชิกกว่า 162,187 คน นอกจากนี้ยังมี 2,764 ที่ลงทะเบียนแฟนคลับอย่างเป็นทางการ
ร่วมกับ 192,162 คน สโมสรยังมีหน่วยงานด้านกีฬาอื่น ๆ อีก คือ หมากรุก, แฮนด์บอล, ยิมนาสติก, โบว์ลิ่ง, ปิงปอง, ผู้ตัดสินและทีมฟุตบอลอาวุโสรวมกันมีสมาชิกใช้งานมากกว่า 1,100 คน

ในฤดูกาล 2013-14 บาเยิร์นมิวนิคสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์สมัยที่ 24 โดยที่ลงแข่งไปเพียง 27 นัดเท่านั้น ด้วยการเอาชนะแฮร์ธาเบอร์ลิน ไป 1-3 ที่สนามโอลิมเปียชตาดิโยนเบอร์ลิน ของแฮร์ธา ในวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2014 ด้วยเหตุที่ทีมที่มีคะแนนเป็นอันดับ 2 ในตาราง คือ โบรุสเซียดอร์ทมุนด์ ไม่สามารถตามทันแล้วนับเป็นการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

ระดับประเทศ
–  บุนเดสลีกา (24) : 1931–32, 1968–69, 1971–72, 1972–73, 1973–74,
1979–80, 1980–81, 1984–85, 1985–86, 1986–87, 1988–89, 1989–90,
1993–94, 1996–97, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03,
2004–05, 2005–06, 2007–08, 2009–10, 2012-13, 2013-14
– เดเอฟเบโพคาล (13) : 1957, 1966, 1967, 1969, 1971, 1982, 1984, 1986,
1998, 2000, 2003, 2005, 2006, 2008, 2010, 2012
– เดเอฟเบ-ลีกาโพคาล (6) : 1997, 1998, 1999, 2000, 2004, 2007
– เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ (5) : 1982, 1987, 1990, 2010, 2012
ระดับยุโรป
– ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (5) : 1974, 1975, 1976, 2001, 2013
– ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ (1) : 1967
– ยูฟ่าคัพ/ยูฟ่ายูโรปาลีก (1) : 1996
ระดับโลก
– ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (3) : 1976, 2001,2013

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกฟุตบอลระดับโลกที่รวบรวมแข้งระดับโลกไว้มากมาย

บุนเดสลีกา เยอรมัน (Bundesliga) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเยอรมนี ที่แฟนบอลให้การยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่ดี ที่สนุก ที่สุด

บุนเดสลีกา เยอรมัน

บุนเดสลีกา เยอรมัน (Bundesliga) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศ เยอรมนี เริ่มก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1963 บุนเดสลีกา แบ่งเป็น 2 ลีก คือ “ลีก 1” (First Bundesliga) รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “บุนเดสลีกา” และ “ซไวเทอบุนเดสลีกา” (Second Bundesliga) ซึ่งแยกออกมาจากลีก 1 เมื่อ ค.ศ. 1974 ในประเทศเยอรมนีมีแต่บุนเดสลีกา 2 ลีกเท่านั้นที่เป็นลีกฟุตบอลอาชีพ ทีมที่คว้าแชมป์สูงสุดคือ บาเยิร์นมิวนิค 25 ครั้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 5 ครั้ง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 5 ครั้ง แวร์เดอร์ เบรเมน 4 ครั้ง

ประวัติการก่อตั้ง ตั้งแต่ปี 1920 มีการวางแผนที่จะก่อตั้งฟุตบอลลีกอาชีพในระดับชาติขึ้นมา
แต่มีกระแสต่อต้านและไม่เห็นด้วย เนื่องจากในยุคนั้นความเข้มแข็งของฟุตบอลในภูมิภาคในแคว้นยังมีมากอยู่ ต่อมาในฤดูร้อนปี 1962 ภายหลังความล้มเหลวของทีมชาติเยอรมันตะวันตกในฟุตบอลโลกปี 1962 ที่พ่ายให้กับยูโกสลาเวีย ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย 0-1สมาคมฟุตบอลเยอรมัน จึงได้ตัดสินใจก่อตั้งบุนเดสลีกาซึ่งเป็นฟุตบอลลีกอาชีพ ที่แข่งทั้งประเทศ(เยอรมันตะวันตก) เป็นลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก และมี Oberliga(upper league) หรือ Reoaliga(ลีกภูมิภาค) ในปัจจุบัน เป็นลีกระดับ สองโดยถูกแบ่งออกเป็น 5 โซน – เหนือ, ตะวันตก , ตะวันตกเฉียงใต้ , ใต้ , เบอร์ลินตะวันตก ซึ่งในช่วง 2 ปีแรก บุนเดสลีกา มี 16 ทีม แต่เพิ่มเป็น 18 ทีมในปี 1965 , การตกชั้น ตก 2 ทีม , การเลื่อนจาก โอเบอร์ลีกา 2 ทีมแชมป์และรองแชมป์จากทั้ง 5 กลุ่ม รวม10 มาแข่งในรอบสุดท้ายแบบทัวร์นาเมนต์ เพื่อหา 2 ทีมเลื่อนชั้นไปบุนเดสลีกา

ในช่วงปี 1974-1981 ลีกระดับ 2 ได้ถูกยุบรวมเหลือเพียง 2 ลีก เป็น ลีกโซนเหนือและลีกโซนใต้ โดยมีฝั่งล่ะ 20 ทีม และเรียกว่า 2.บุนเดสลีกา การเลื่อนชั้นไปบุนเดสลีกา เลื่อน 3 ทีมแชมป์แต่ล่ะโซนได้เลื่อนชั้นโดยตรง ทีมอันดับ 2 ของทั้ง2โซน มาแข่งเพลย์ออฟ กันเพื่อหาอีก 1 ทีม เลื่อนชั้นตามไปเป็นทีมที่ 3 และในปี 1981 ลีกระดับ 2 คือ บุนเดสลีกา 2 ได้ถูกรวมเป็นลีกเดียวแข่งทั่วประเทศ โดยมีทีม 20 ทีม

ระบบลีกของเยอรมันตะวันตก ได้รวมกับลีกของเยอรมันตะวันออก ในปี 1991 จำนวนทีมในบุนเดสลีกา เพิ่มขึ้นเป็น 20 ทีม จำนวนทีมในบุนเดสลีก 2 เพิ่มขึ้นเป็น 24 ทีม ในปี 1991 ก่อนที่จะลดจำนวนลงเหลือ 20 ทีม ในปี 1993 และ เหลือ 18 ทีมในปี 1994

ต่อมาในปี 1994 ลีกระดับภูมิภาค ได้ ถูกก่อตั้ง ขึ้นมาอีกครั้ง ในลีกระดับ3ของระบบฟุตบอลลีกเยอรมัน โดยถูกจัดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม (เหนือ , ตะวันออกเฉียงเหนือ , ตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ , ใต้) ในปีแรกหรือปี 1994 นั้น แชมป์ ของทั้ง 4 ลีก ได้สิทธิเลื่อนชั้น โดยตรง แต่ในปีต่อๆมา แชมป์จาก โซนใต้ ได้สิทธิเลื่อนชั้น 1 ทีมแชมป์จากโซนตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ได้สิทธิเลื่อนชั้น1ทีม อีก 2 ทีม แชมป์จากโซนเหนือและ โซนตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องเพลย์ออฟกัน เพื่อหา 1 ทีมเลื่อนชั้น ส่วนอีกทีม ให้สิทธิรองแชมป์จากโซนใต้ กับ รองแชมป์โซนตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ เพลย์ออฟกันเพื่อหาอีก 1 ทีมเลื่อนชั้น

ในปีค.ศ. 2000-2008 ลีกระดับ 3 ยุบเหลือ 2 ลีก เหนือ และ ใต้ โดยแชมป์และรองแชมป์
เลื่อนสู่ บุนเดสลีก 2 ในปี 2006 สมาคมฟุตบอลเยอรมัน ได้ตัดสินใจก่อตั้ง ลีกา 3 ที่จัดแข่งรวมทั้งประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดให้เริ่มใช้ ในปี 2008-09 ในฤดูกาลแรก 2008-09 20 ทีมจะมาจาก 4 ทีมที่ตกชั้นจากบุนเดสลีกา 2 16 ทีม อันดับ 3-10 ของลีกภูมิภาคทั้งโซนเหนือ 8 ทีมและโซนใต้อีก 8 ทีม

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน