การเตรียมตัวก่อนทำศึก บุนเดสลีกา ในฤดูกาล 2017-2018

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกฟุตบอลสูงสุดของแดนเบียร์หอม กับการเปิดฤดูกาลใหม่ 2017-2018 เหล่าบรรดาสโมสรชั้นนำต่างพากันเตรียมความพร้อมเปิดศึกในเร็วๆ นี้

บุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ที่มีแฟนบอลให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่หลายทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค โบรุสเซีย ดอร์ทมุน เป็นต้น และในตอนนี้ก็กำลังจะเปิดฤดูกาลใหม่แล้ว จึงต้องมีการวิเคราะห์เกมกันก่อนเปิดศึกสุดมันส์อย่างแน่นอน

และวันนี้จะวิเคราะห์ก่อนเปิดศึก ระหว่าง: บาเยิร์น มิวนิค พบกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน

บุนเดสลีกา เยอรมัน

– ความพร้อมภายในทีม – บาเยิร์น มิวนิค
บาเยิร์น มิวนิค อยู่ในสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์เท่าไรสำหรับนัดเปิดฤดูกาลเนื่องจากมีนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายราย ซึ่งเกมนี้จะไม่มี ฆาบี มาร์ติเนซ, ธิอาโก้ อัลคานทารา, ฮาเมส โรดริเกวซ, ฆวน เบอร์นาต และ เฟลิกซ์ เกิทเซ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ ส่วนเจโรม บัวเต็ง และ มานูเอล นอยเออร์ กลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้เเล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย
วันนี้จะได้เล่นในบ้านในฐานะแชมป์เก่าด้วยระบบ 4-2- 3-1 ผู้รักษาประตูเป็น สเวน อุลไรช์
กองหลังในเกมนี้ใช้ นิคลาส ซูเลอ ยืนจับคู่กับ แมตส์ ฮุมเมิลส์ แบ็คขวาใช้ โยชัว คิมมิช
และแบ็คซ้ายเป็นทาง ดาวิด อลาบา ในส่วนของกองกลางตัวรับจะใช้ โกรองแต็ง โทลิสโซ่
ยืนประสานงานกับ เซบาสเตียน รูดี้ และกองกลางตัวรุกในเกมนี้ใช้ โธมัส มุลเลอร์
ที่ค่อยประสานงานในส่วนของกลางซ้ายและกลางขวาอย่าง ฟรองค์ ริเบรี่ และ อาร์เยน
ร็อบเบน ที่ค่อยช่วยทำเกมให้กับกองหน้าตัวเป้าอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

– ความพร้อมภายในทีม – ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน อยู่ในสภาพทีมที่สมบูรณ์เนื่องจากเกมนี้ขาดนักเตะตัวหลังแค่รายเดียวอย่าง ทิน เยดวาย ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ และจะมีข่าวดีที่จะได้ เควิน คัมเพิล ฟิตกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงได้แล้ว เกมนี้จะต้องออกไปเยือนแชมป์เก่าด้วยระบบการเล่น 4-2-3- 1 ผู้รักษาประตูจะเป็น แบรนด์ เลโน่ แนวรับจะใช้ โยนาธาน ทาห์ จับคู่กับ สเวน เบนเดอร์ แบ็คขาวจะเป็นเบนจามิน เฮนริค แบ็คซ้ายเป็น เวนเดลล์ โดยเกมนี้จะใช้ ชาร์ลส์อรานกิซ ยืนคู่กับ โดมินิค โคห์ร ในตำแหน่งกองกลางตัวรับในส่วนของกองกลางตัวรุกจะใช้สามตัวโดยมี เควิน คัมเพิล, อัดเมียร์ เมห์เมดี้ และ คาริม เบลลาราบี้ ที่คอยประสานงานกันในเกมรุก และจะได้ เควิน โฟลลันด์ยืนค้ำในตำแหน่งหน้าเป้าในเกมนี้

– รูปเกมที่คาด
ทั้งสองทีมมีฟอร์มการเล่นในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเหมือนกันแต่เจ้าบ้านบาเยิร์นมิวนิคเริ่มกลับมาทำผลงานได้ดีกับเกมอย่างเป็นทางการสองเกมทีมผ่านมา

ด้วยการเอาชนะจุดโทษดอร์ทมุนด์ ในศึกเดเอฟแอล ซูเปอร์คัพ คว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ
และอีกเกมเอาชนะเชมนิตเซอร์ไปได้ถึง 5-0 เข้าสู่รอบสองต่อไปในศึกเดเอฟเบโพคาล
ซึ่งต่างกับทีมเยือน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ที่ฟอร์มการเล่นยังกู้ไม่กลับ 7 เกมหลังสุดยังไม่ชนะใคร ด้วยการแพ้ไป 3 เกมเสมอ 4 เกม และด้วยสถิติที่ออกไปเยือน 18 ครั้งหลังสุด ชนะกลับออกมาได้ครั้งเดียวซึ่งแพ้ไปถึง 15 ครั้ง และเสมอ 2 ครั้ง วันนี้เป็นรองอยู่มากทั้งสถิติและศักยภาพนักเตะ มั่นใจวันนี้เจ้าบ้านบาเยิร์นมิวนิคประเดิมนัดเปิดฤดูกาลถล่มไบเออร์ เลเวอร์คูเซนไปได้อย่างแน่นอน

– สถิติที่เคยพบกัน
เจ้าบ้านบาเยิร์นมิวนิคมีสถิติที่เหนือกว่าทีมเยือนเลเวอร์คูเซนอยู่ค่อนข้างมากด้วยการเจอกัน 10 ครั้งหลังสุดเป็นทางบาเยิร์น มิวนิคเอาชนะไปได้ 5 ครั้ง เสมอ 4 ครั้งและทีมเยือนเลเวอร์คูเซนเอาชนะไปได้ 1 ครั้ง

– รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
​บาเยิร์น มิวนิค :: สเวน อุลไรช์(GK), นิคลาส ซูเลอ, แมตส์ ฮุมเมิลส์, โยชัว คิมมิช,
ดาวิด อลาบา, โกรองแต็ง โทลิสโซ่, เซบาสเตียน รูดี้, โธมัส มุลเลอร์, ฟรองค์ ริเบรี่, อาร์เยน
ร็อบเบน, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน :: แบรนด์ เลโน่(GK), โยนาธาน ทาห์, สเวน เบนเดอร์,
เบนจามิน เฮนริค, เวนเดลล์, ชาร์ลส์ อรานกิซ, โดมินิค โคห์ร, เควิน คัมเพิล, อัดเมียร์
เมห์เมดี้, คาริม เบลลาราบี้, เควิน โฟลลันด์​

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ส่วนเกิน! ‘มูเลอร์’ พ้อรู้สึกไม่ได้อยู่ในการทำทีมของ ‘อันเช่’

โธมัส มุลเลอร์ กองหน้า “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค โคตรทีมจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน ออกปากเผยกำลังรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการของ คาร์โล อันเชลอตติ

โธมัส มุลเลอร์ หัวหอก บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่ง บุนเดสลีก เยอรมัน พ้อตนเองหลังจากไม่มีชื่อเป็นตัวจริงในการทำทีมของ คาร์โล อันเชลอตติ นัดล่าสุดที่บุกชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

บุนเดสลีกา เยอรมัน

มุลเลอร์ หัวหอกอินทรีย์เหล็กค้าแข้งกับ เสือใต้ มาตลอดอาชีพ แต่ล่าสุดเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญมากพอ หลังจากเกมล่าสุด อันเชลอตติ เลือก ติอาโก อัลกันตาร่า ลงเป็นตัวจริงแทน และต้องรอจนถึงนาทีที่ 73 กว่าจะได้ลงสนามแทนที่ ฟร้องค์ ริเบรี่ ขณะที่ บาเยิร์น นำอยู่ 1-0 โดยแข้งวัย 27 ปี กล่าวว่า “ผมไม่รู้ว่าโค้ชอยากเห็นคุณภาพแบบไหนกันแน่ แต่สงสัยว่าคุณภาพของผมคงไม่เป็นที่ต้องการแบบ 100 เปอร์เซนต์”

ส่วน อันเชลอตติ อ้างเป็นเพียงเรื่องของแท็กติกเท่านั้นที่ทำให้สตาร์ทีมชาติเยอรมัน ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมนี้ โดยอธิบายว่า “เราพยายามวางแผนเกมนี้โดยใช้พื้นที่ริมเส้น และครองบอลในแดนกลางมากขึ้น ด้วยเหตุผลนี้ โธมัส จึงไม่ได้เป็นตัวจริง เขาลงมาในครึ่งหลัง แถมทำได้ดี มันเป็นการตัดสินใจด้านเทคนิคเท่านั้น”

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ทีมเดียวเท่านั้น! มีเพียง บาเยิร์น เท่านั้นที่จะหยุด บาเยิร์น ได้ในเวที บุนเดสลีกา

บาเยิร์น มิวนิค สุดยอดสโมสรบนเวทีลูกหนัง บุนเดสลีกา เยอรมัน ยากที่จะหาทีมล้มได้ แหล่งรวบรวมแข้งคุณภาพระดับโลก ทำให้ทีมตรงข้ามต่างเกรงกลัว “เสือใต้” แห่งเยอรมัน

บุนเดสลีกา เยอรมัน

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกฟุตบอลชั้นนำของคนเยอรมัน ที่รวบรวมสุดยอดทีมไว้มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมัน ที่กวาดถ้วยมาแล้วหลายรายการ ไม่ต้องบรรยายในความน่ากลัวของทีมนี้ ทุกสโมสรทั่วโลกต่างรู้จักเขาดีในนามว่า “เสือใต้”

บาเยิร์น มิวนิค มีฤดูกาลที่สุดยอดที่สุดเท่าที่เคยมีมาการได้โค้ชที่วงการฟุตบอลต้องการที่สุด รวมถึงได้ 2 ในนักเตะที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในยุโรปมาจะมีใครหรืออะไรที่จะหยุดบาเยิร์นจากการกลับมาเป็นแชมป์บุนเดสลีกาต่อเนื่องอีกได้ไหม

มาดูคู่แข่งของบาเยิร์นก่อนที่จะดูว่าบาเยิร์นจะป้องกันแชมป์อย่างไรกันก่อนดีกว่าเมื่อดูทีมต่าง ๆ ในบุนเดสลีกาแล้ว ดูเหมือนทีมอื่นนอกเหนือจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ไบเออร์
เลเวอร์คูเซ่น และชาลเก้ 04 แล้วก็ไม่มีทีมใดที่จะแข่งกับบาเยิร์นได้จริงๆ อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลเยอรมัน คุณก็ไม่อาจรู้ได้ มากกว่าทศวรรษที่ผ่านมาทีมม้ามืดหลายทีมก็ได้แชมป์ไปเมื่อจบฤดูกาลได้ เช่น สตุ๊ทการ์ทได้แชมป์เมื่อปี 2007 และการชนะขอโวล์ฟบวร์ก ความสำเร็จครั้งสุดท้ายของโค้ชชาวเยอรมัน เฟลิกซ์ มากัท

ถึงแม้ว่าจะมีการขาย มาริโอ เกิทเซ่ให้กับคู่แข่งที่ดุเดือดที่สุดในช่วงฤดูร้อนนี้ดอร์ทมุนด์ก็ยังดูเป็นทีมที่ท้าทายบาเยิร์นสำหรับการเป็นแชมป์คู่ตัดเชือกในแชมเปียนส์ลีกนี้ได้ซื้อนักเตะอย่างฉลาด นำตัวรุกที่เล่นได้เร็วอย่าง ปิแอร์ เอเมอร์ริคโอบาเมยัง และ เฮนริคห์ เอ็มคิตาร์ยาน เข้ามาเป็น “ตัวสร้างความกดดัน”

สำหรับฝ่ายรับที่ไม่มั่นคงนั้น เสียไป 42 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาได้นักเตะที่มีรูปการเล่นแบบ “ขจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก” อย่าง โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส การคัดสรรนักเตะหนุ่ม ๆ ที่เล่นดีอย่าง เอริค ดวร์ม, โจนาส ฮอฟแมนน์ และ มาร์วิน ซาร์ เพิ่มศักยภาพให้กับทีมซึ่งดูอ่อนแอในหลายสถานการณ์เมื่อฤดูกาลที่แล้วแต่มันก็ยังดูอ่อนได้อีกเมื่อดอร์ทมุนด์ยังต้องการผ่านรอบแชมเปี้ยนส์ลีกสองฤดูกาลติดกันให้ได้แล้วก็ค่อยดูว่าเมื่อถึงตอนนั้นแล้วจะทำยังไงต่อไป

คู่ปรับของดอร์ทมุนด์อย่างชาลเก้ก็มีการซื้อขายนักเตะที่ค่อนข้างดีมองหานักเตะมาพัฒนาฝีเท้ามากกว่าหาที่เป็นที่รู้จักมาแล้วมา อย่างในตัวของ อดัม ซาไล มาช่วยลดความตึงเครียดให้ คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ บ้าง ในระหว่างที่เซ็นเตอร์แบ็คอย่าง ฟิลิปเป ซานตาน่า ที่ย้ายจากดอร์ทมุนด์ไปชาลเก้และดูเหมือนจะช่วยให้กองหลังของชาลเก้ดูมั่นคงขึ้น

จากความนิยมในตัวของ ลีออน โกเรทสกา และ คริสเตียน เคลเมนส์ สองนักเตะกองกลางที่มีพรสวรรค์ตัวสำคัญมากเข้าร่วมทีม จูเลี่ยน แดร็กซ์เลอร์. แม็กซ์ เมเยอร์ และ ซีด โคลาซินาค ทั้งหมดนี้เข้าร่วมทีมตั้งแต่ทีมเยาวชน Die Knappenschmiede และปีเตอร์ เฮอร์มานน์ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จุปป์ ไฮน์เกสเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้เข้าร่วมทีมเป็นผู้ช่วยโค้ชอย่างไรก็ตามมันอาจดูเร็วเกินไปสำหรับชาลเก้ผู้ที่ยังไงก็แล้วแต่ก็ดูเหมือนจะมาถูกทาง

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกฟุตบอลที่โด่งที่สุด และสุดยอดทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค

บาเยิร์น มิวนิค เป็นสโมสรในประเทศเยอรมนี อยู่ที่เมืองมิวนิก รัฐบาวาเรีย อีกชื่อหนึ่งอาจเรียกว่า บาวาเรียมิวนิกหรือ ไบเอิร์นมึนเชิน เป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศเยอรมนี

บุนเดสลีกา เยอรมัน

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกฟุตบอลระดับโลกที่มีทีมระดับโลกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทำผลงานนโดยสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุด มาครองได้มากถึง 24 ครั้ง แชมป์สโมสรโลก 2 ครั้ง ยูโรเปี้ยนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 ครั้ง และยูฟ่าคัพ 1 ครั้ง

สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1900 โดยสิบเอ็ดผู้เล่นฟุตบอลที่นำโดยฟรันซ์ จอร์น แม้ว่าบาเยิร์นจะชนะในการชิงแชมป์แห่งชาติในปี ค.ศ. 1932 สโมสรก็ไม่ได้เลือกเล่นใน บุนเดสลีกา ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1963 สโมสรมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อกลางยุค 70 ภายใต้การนำของฟรันซ์เบคเคนเบาเออร์ โดยได้แชมป์สโมสรยุโรป 3 สมัยติดต่อกัน (ค.ศ. 1974-76) ในปีที่บาเยิร์นได้รับตำแหน่งสโมสรที่ประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลเยอรมันชนะถึงห้าในสิบครั้งของบุนเดสลีกาล่าสุดรางวัลระดับนานาชาติล่าสุดของสโมสรคืออินเตอร์คอนติเนนตัลคัพในปี ค.ศ. 2001 หลังจากที่พวกเขาได้แชมป์สโมสรยุโรปสมัยที่ 4 ในปีเดียวกัน

ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2005-06 บาเยิร์นใช้สนามอัลลิอันซ์อารีนาเป็นสนามเหย้าของตัวเอง
ก่อนหน้านี้สโมสรได้เล่นในสนามโอลึมเพียชตาดิโยนมาเป็นเวลา 33 ปี สีประจำสโมสรคือสีแดงและสีขาวและทีมได้แสดงให้เห็นถึงสีประจำรัฐบาวาเรีย บาเยิร์นเป็นสโมสรที่ใช้ระบบสมาชิกกว่า 162,187 คน นอกจากนี้ยังมี 2,764 ที่ลงทะเบียนแฟนคลับอย่างเป็นทางการ
ร่วมกับ 192,162 คน สโมสรยังมีหน่วยงานด้านกีฬาอื่น ๆ อีก คือ หมากรุก, แฮนด์บอล, ยิมนาสติก, โบว์ลิ่ง, ปิงปอง, ผู้ตัดสินและทีมฟุตบอลอาวุโสรวมกันมีสมาชิกใช้งานมากกว่า 1,100 คน

ในฤดูกาล 2013-14 บาเยิร์นมิวนิคสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์สมัยที่ 24 โดยที่ลงแข่งไปเพียง 27 นัดเท่านั้น ด้วยการเอาชนะแฮร์ธาเบอร์ลิน ไป 1-3 ที่สนามโอลิมเปียชตาดิโยนเบอร์ลิน ของแฮร์ธา ในวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2014 ด้วยเหตุที่ทีมที่มีคะแนนเป็นอันดับ 2 ในตาราง คือ โบรุสเซียดอร์ทมุนด์ ไม่สามารถตามทันแล้วนับเป็นการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

ระดับประเทศ
–  บุนเดสลีกา (24) : 1931–32, 1968–69, 1971–72, 1972–73, 1973–74,
1979–80, 1980–81, 1984–85, 1985–86, 1986–87, 1988–89, 1989–90,
1993–94, 1996–97, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03,
2004–05, 2005–06, 2007–08, 2009–10, 2012-13, 2013-14
– เดเอฟเบโพคาล (13) : 1957, 1966, 1967, 1969, 1971, 1982, 1984, 1986,
1998, 2000, 2003, 2005, 2006, 2008, 2010, 2012
– เดเอฟเบ-ลีกาโพคาล (6) : 1997, 1998, 1999, 2000, 2004, 2007
– เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ (5) : 1982, 1987, 1990, 2010, 2012
ระดับยุโรป
– ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (5) : 1974, 1975, 1976, 2001, 2013
– ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ (1) : 1967
– ยูฟ่าคัพ/ยูฟ่ายูโรปาลีก (1) : 1996
ระดับโลก
– ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (3) : 1976, 2001,2013

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกฟุตบอลระดับโลกที่รวบรวมแข้งระดับโลกไว้มากมาย

บุนเดสลีกา เยอรมัน (Bundesliga) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเยอรมนี ที่แฟนบอลให้การยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่ดี ที่สนุก ที่สุด

บุนเดสลีกา เยอรมัน

บุนเดสลีกา เยอรมัน (Bundesliga) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศ เยอรมนี เริ่มก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1963 บุนเดสลีกา แบ่งเป็น 2 ลีก คือ “ลีก 1” (First Bundesliga) รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “บุนเดสลีกา” และ “ซไวเทอบุนเดสลีกา” (Second Bundesliga) ซึ่งแยกออกมาจากลีก 1 เมื่อ ค.ศ. 1974 ในประเทศเยอรมนีมีแต่บุนเดสลีกา 2 ลีกเท่านั้นที่เป็นลีกฟุตบอลอาชีพ ทีมที่คว้าแชมป์สูงสุดคือ บาเยิร์นมิวนิค 25 ครั้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 5 ครั้ง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 5 ครั้ง แวร์เดอร์ เบรเมน 4 ครั้ง

ประวัติการก่อตั้ง ตั้งแต่ปี 1920 มีการวางแผนที่จะก่อตั้งฟุตบอลลีกอาชีพในระดับชาติขึ้นมา
แต่มีกระแสต่อต้านและไม่เห็นด้วย เนื่องจากในยุคนั้นความเข้มแข็งของฟุตบอลในภูมิภาคในแคว้นยังมีมากอยู่ ต่อมาในฤดูร้อนปี 1962 ภายหลังความล้มเหลวของทีมชาติเยอรมันตะวันตกในฟุตบอลโลกปี 1962 ที่พ่ายให้กับยูโกสลาเวีย ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย 0-1สมาคมฟุตบอลเยอรมัน จึงได้ตัดสินใจก่อตั้งบุนเดสลีกาซึ่งเป็นฟุตบอลลีกอาชีพ ที่แข่งทั้งประเทศ(เยอรมันตะวันตก) เป็นลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก และมี Oberliga(upper league) หรือ Reoaliga(ลีกภูมิภาค) ในปัจจุบัน เป็นลีกระดับ สองโดยถูกแบ่งออกเป็น 5 โซน – เหนือ, ตะวันตก , ตะวันตกเฉียงใต้ , ใต้ , เบอร์ลินตะวันตก ซึ่งในช่วง 2 ปีแรก บุนเดสลีกา มี 16 ทีม แต่เพิ่มเป็น 18 ทีมในปี 1965 , การตกชั้น ตก 2 ทีม , การเลื่อนจาก โอเบอร์ลีกา 2 ทีมแชมป์และรองแชมป์จากทั้ง 5 กลุ่ม รวม10 มาแข่งในรอบสุดท้ายแบบทัวร์นาเมนต์ เพื่อหา 2 ทีมเลื่อนชั้นไปบุนเดสลีกา

ในช่วงปี 1974-1981 ลีกระดับ 2 ได้ถูกยุบรวมเหลือเพียง 2 ลีก เป็น ลีกโซนเหนือและลีกโซนใต้ โดยมีฝั่งล่ะ 20 ทีม และเรียกว่า 2.บุนเดสลีกา การเลื่อนชั้นไปบุนเดสลีกา เลื่อน 3 ทีมแชมป์แต่ล่ะโซนได้เลื่อนชั้นโดยตรง ทีมอันดับ 2 ของทั้ง2โซน มาแข่งเพลย์ออฟ กันเพื่อหาอีก 1 ทีม เลื่อนชั้นตามไปเป็นทีมที่ 3 และในปี 1981 ลีกระดับ 2 คือ บุนเดสลีกา 2 ได้ถูกรวมเป็นลีกเดียวแข่งทั่วประเทศ โดยมีทีม 20 ทีม

ระบบลีกของเยอรมันตะวันตก ได้รวมกับลีกของเยอรมันตะวันออก ในปี 1991 จำนวนทีมในบุนเดสลีกา เพิ่มขึ้นเป็น 20 ทีม จำนวนทีมในบุนเดสลีก 2 เพิ่มขึ้นเป็น 24 ทีม ในปี 1991 ก่อนที่จะลดจำนวนลงเหลือ 20 ทีม ในปี 1993 และ เหลือ 18 ทีมในปี 1994

ต่อมาในปี 1994 ลีกระดับภูมิภาค ได้ ถูกก่อตั้ง ขึ้นมาอีกครั้ง ในลีกระดับ3ของระบบฟุตบอลลีกเยอรมัน โดยถูกจัดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม (เหนือ , ตะวันออกเฉียงเหนือ , ตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ , ใต้) ในปีแรกหรือปี 1994 นั้น แชมป์ ของทั้ง 4 ลีก ได้สิทธิเลื่อนชั้น โดยตรง แต่ในปีต่อๆมา แชมป์จาก โซนใต้ ได้สิทธิเลื่อนชั้น 1 ทีมแชมป์จากโซนตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ได้สิทธิเลื่อนชั้น1ทีม อีก 2 ทีม แชมป์จากโซนเหนือและ โซนตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องเพลย์ออฟกัน เพื่อหา 1 ทีมเลื่อนชั้น ส่วนอีกทีม ให้สิทธิรองแชมป์จากโซนใต้ กับ รองแชมป์โซนตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ เพลย์ออฟกันเพื่อหาอีก 1 ทีมเลื่อนชั้น

ในปีค.ศ. 2000-2008 ลีกระดับ 3 ยุบเหลือ 2 ลีก เหนือ และ ใต้ โดยแชมป์และรองแชมป์
เลื่อนสู่ บุนเดสลีก 2 ในปี 2006 สมาคมฟุตบอลเยอรมัน ได้ตัดสินใจก่อตั้ง ลีกา 3 ที่จัดแข่งรวมทั้งประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดให้เริ่มใช้ ในปี 2008-09 ในฤดูกาลแรก 2008-09 20 ทีมจะมาจาก 4 ทีมที่ตกชั้นจากบุนเดสลีกา 2 16 ทีม อันดับ 3-10 ของลีกภูมิภาคทั้งโซนเหนือ 8 ทีมและโซนใต้อีก 8 ทีม

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน

มันก็ไม่แน่! สองทีมที่ไม่น่าตกชั้นของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน

บุนเดสลีกา เยอรมัน : หลังการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ฟุตบอลเยอรมันได้รับการยกย่องว่าเป็นฟุตบอลก้าวหน้าและมีการวางระบบการเล่นที่ยอดเยี่ยมในช่วงหลายปีหลัง ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจเมื่อกลับมาคิดว่าฟุตบอลลีกอาชีพเยอรมันเริ่มต้นช้ากว่าที่อื่นหลายสิบปี

บุนเดสลีกา เยอรมัน

ช่วงแรกของการเริ่มต้นฟุตบอลลีกอาชีพของเยอรมันในปี 1963 บุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นเรื่องชุลมุนวุ่นวาย 7 ปีแรกของลีก ทีมแชมป์เปลี่ยนหน้าแบบไม่ซ้ำกันเลยซักปี หนึ่งในนั้นคือเนิร์นแบร์กที่ได้ชูถ้วยแชมป์ในปี 1968 ก่อนที่จะตกชั้นลงมาภายในเวลาแค่ 12 เดือนให้หลังแม้จะสามารถคว้าแชมป์ได้ แต่ผู้จัดการทีมเนิร์นแบร์ก แม็กซ์ เมอร์เคิล เปลี่ยนนักเตะยกชุด นักเตะใหม่เข้า 13 คน และปล่อยตัวนักเตะเก่าออกจากทีม 11 ตัว รวมถึงสุดยอดดาวยิง ฟรานซ์ บรุงส์

ไม่มีเซอร์ไพรส์เมื่อทีมใหม่ของเนิร์นแบร์กเล่นกันไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และร่วงตกชั้นในนัดสุดท้ายหลังถูกเอฟซี โคโลญจน์ถล่มเละเทะ 3-0 ส่วนอีกทีมที่ไม่น่าตกชั้นคือ แชมป์ฤดูกาล 1990/91 เคยอวดด้วยความภาคภูมิใจกับสถิติไม่เคยตกชั้นจากบุนเดสลีกา แต่เมื่อจบฤดูกาล 19995/96 ไกเซอร์สเลาเทิร์นก็ต้องตกชั้นท่ามกลางความช็อคของแฟนบอลเยอรมัน

ฤดูกาลก่อนปีศาจแดง ไกเซอร์สเลาเทิร์นจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 และหวังเริ่มต้นฤดูกาล
ใหม่ด้วยฟอร์มดีต่อเนื่อง แต่ผลเสมอซ้ำซากทำให้ทีมเมืองใต้ตกที่นั่งลำบาก ไกเซอร์สเลาเทิร์นทำผลงานเสมอ 18 เกมตลอดฤดูกาล และแพ้ 10 เกมเท่ากับรองจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค เกมรับเหนียวแน่นของไกเซอร์ฯ เสียประตูรวมตลอดฤดูกาลเพียง 38 ประตู แต่การเก็บชัยชนะได้เพียง 6 เกมตลอดฤดูกาล(34 เกม) เป็นฟอร์มสุดบู่ที่ฉุดปีศาจแดงให้จมอันดับบ๊วยก่อนจะพลาดตกชั้นไปแบบน่าเศร้า

แต่ดูเหมือนการตกชั้นจะเป็นแรงกระตุ้นให้ไกเซอร์สเลาเทิร์นคว้าแชมป์เยอรมันคัพเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากตกชั้น ก่อนที่จะคืนฟอร์มกลับมาชูถ้วยแชมป์บุนเดสลีกาอีกครั้งในเวลาเพียงแค่ 2 ปีถัดมา

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน

แมชต์แรกก็มันส์แล้ว! นัดเปิดฤดูกาล บุนเดสลีกา บาเยิร์น เจอ เลเวอร์คูเซ่น

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกสูงสุดของเยอรมัน ในนัดเปิดฤดูกาล ทีมแชมป์เก่าอย่าง บาเยิร์นมิวนิค จะเปิดบ้านของตัวเองเพื่อเจอกับ เลเวอร์คูเซ่น

บุนเดสลีกา เยอรมัน

บุนเดสลีกา เยอรมัน ลีกชั้นนำของเยอรมัน เอาใจคอบอลโดยจัดให้นัดแรกก็มันส์แล้ว โดย บาเยิร์นมิวนิค แชมป์เก่า ต้องเปิดบ้านการมาเยือนของ เลเวอร์คูเซ่น ในวันที่ 18 สิงหาคม นี้

บุนเดสลีกาลีกได้มีการประกาศ ตารางการแข่งขันของฤดูกาลหน้า ปี 2017-18 ออกมาแล้ว เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ในรอบแรกนั้น จะเห็นบอสคนใหม่ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปีเตอร์ บอสซ์ พาทีมออกไปเยือนโวล์ฟบวร์ก ผู้ที่รอดจากการตกชั้นมาได้ด้วยการเล่นแข่ง
เพลย์ออฟ

ส่วนด้าน ดอร์ทมุนด์ นั้น จะมีนัดสำคัญอยู่ 2 นัดในฤดูกาลนี้คือ นัดที่ 11 ที่เปิดบ้านรับมือ
บาเยิร์น ส่วนอีกนัดช่วงท้ายฤดูกาลนัดที่ 28 ก็จะไปเยือนทีมบาเยิร์นอีกครั้งเรียกว่า อาจจะเป็นนัดที่ตัดสินแชมป์เลยก็ว่าได้

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน

ดอร์ทมุนด์ไฟเขียวแล้ว! โบรุสเซีย ดอร์มมุนด์ ยอมปล่อยกองหน้าความเร็วสูงแล้ว

บุนเดสลีกา เยอรมัน – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เสือเหลืองแห่ง ไฟเขียวยอมปล่อย ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กองหน้าตัวเก่ง ย้ายทีมซัมเมอร์นี้

บุนเดสลีกา เยอรมัน

“เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งศึก บุนเเดสลีกา เยอรมัน  ตกเป็นข่าวอย่าหนาหูว่า ได้เปิดทางให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง หัวหอกความเร็วสูงรายนี้ สามารถย้ายทีมได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ต้องมีข้อเสนอที่สามารถยอมรับได้ยื่นเข้ามาก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม

แข้งสตาร์ทีมชาติ กาบอง คว้าดาวซัลโวใน บุนเดสลีกา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว จากการซัดไปอีก 31 ประตูจาก 32 นัด จนทำให้ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรดังทั่วโลก ซึ่งรวมถึง ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล 2 สุดยอดทีมจากเกาะอังกฤษ แต่หากพวกเขาต้องการเซ็นสัญญาก็ต้องรีบเดินหน้าโดยด่วน เนื่องจากแข้งวัย 28 ปี จะได้รับไฟเขียวให้ย้ายไปค้าแข้งกับทีมที่เสนอตัวว่าสนใจ ต่อเมื่อมีข้อเสนอที่ดีพอเข้ามาก่อนวันที่ 26 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม ให้กดไปที่ลิ้งค์นี้ได้เลยนะจ๊ะ THfootball

เว็บไซต์เรามีวิดีโอสำหรับ บุนเดสลีกา เยอรมัน แนะนำด้วยนะ รู้ยัง! กดเบาๆ นะจ๊ะ